ซื้อขายไก่ชน

ดูกันให้ดี ไก่กินน้ำเยอะความผิดปกติต้องรีบดูแล

แข้งหน้าจัด ขยันตี เบอร์แข้งดีตีหนัก ต้องไก่ชนพม่าที่นี่

    เคยสังเกตกันไหมว่าจู่ๆไก่ชนที่เราเลี้ยงไว้ในล็อคในสุ่มก็กินน้ำเยอะกว่าปกติ  หากว่าเราไม่สังเกตเห็นว่าน้ำหมดก็เติมน้ำให้เขาเรื่อยๆ  อาจจะส่งผลไม่ดีตามมาได้  เช่น  ถ้าเขากินน้ำเยอะแล้วก็จะทำให้กินข้าวได้น้อย  และเวลาถ่ายออกมาก็จะเป็นน้ำที่มีสีเขียวหรือสีขาวปนออกมา  การสังเกตว่าไก่ผิดปกติหรือเปล่าก็ให้ดูว่าไก่กินน้ำเยอะทุกตัวหรือเปล่า 

    ถ้าไก่กินน้ำเยอะทุกตัวก็น่าจะเป็นที่สภาพอากาศที่ร้อน  ถ้ากินน้ำเยอะทุกตัวก็ถือว่าไม่ผิดปกติ  แต่ถ้ามีไก่เพียงตัวเดียวที่กินน้ำเยอะแสดงว่าเขาอาจมีอาการผิดปกติ  เช่น  มีภาวะร้อนในที่อาจจะเกิดจากเป็นหวัด  เป็นไข้  ติดเชื้อในทางเดินอาหาร  อาจจะเกิดจากความเครียด  หรืออาจจะเกิดจากการที่ร่างกายไก่ชนเขาฟิตซ้อมหนักเกินไปทำให้ร่างกายผิดปกติ

    หากไก่กินน้ำเยอะจากสภาพอากาศที่ร้อนโดยเฉพาะไก่ชนที่ครอบสุ่มขังล็อคไว้  ซึ่งไก่ที่โดนขังเขาจะไม่มีพื้นที่ให้คลายร้อนได้เองเหมือนกับไก่ที่ปล่อยธรรมชาติ  นอกจากคนเลี้ยงจะนำเขามาเช็ดน้ำเท่านั้น  ฉะนั้นเมื่อสภาพอากาศร้อนแล้วไก่กินน้ำเยอะถ้าไม่สามารถปล่อยเขาตามที่โล่งได้  ก็ต้องช่วยคลายร้อนให้เขาโดยนำมาเช็ดน้ำให้เขารู้สึกเย็นขึ้น  แต่ถ้าหากมองดูแล้วไม่น่าเกิดจากอากาศที่ร้อนก็น่าจะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารของเขา 

    อาจจะมีการติดเชื้อก็ได้  ก็ให้หายารักษาอาการติดเชื้อในทางเดินอาหารมาให้ไก่กินหรือเป็นยาฉีดก็จะเห็นผลเร็ว  ซึ่งถ้าไก่ชนเขากินน้ำเยอะก็อย่าปล่อยให้เขากิน  ควรที่จะให้เขากินเป็นเวลาเสร็จพอแล้วก็เก็บออกเขาจะได้กินข้าวได้  และข้าวก็อย่าพึ่งให้เขากินเยอะเกินไปเพราะระบบย่อยของเขายังไม่ปกติ  และอาหารก็ให้ลดข้าวเปลือกลงอาจจะผสมหัวอาหารไปกับข้าวก็ได้ 

    เพื่อที่ระบบย่อยจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป  หลังจากที่ฉีดยาฆ่าเชื้อประมาณ 3  วันอาการของเขาก็น่าจะดีขึ้นแต่อาหารยังต้องคุมต่อไปอีก  หลังจากนั้นประมาณ   1  สัปดาห์  ก็ให้ฉีดยากระตุ้นการดูดซึมเพื่อช่วยให้ร่างกายเขาดูดซึมดีขึ้น  จะช่วยปรับสภาพร่างกายของไก่ชนเขาให้ฟื้นตัว

    เมื่อให้ยาที่เป็นการรักษาอาการติดเชื้อแล้วควรที่จะหยุดกิจกรรมต่างๆที่ให้เขาทำไปก่อน  และให้ปล่อยให้เขาได้อยู่ที่โล่งๆอยู่กับธรรมชาติได้เดินเขี่ยดินกินหญ้าบ้าง  เพื่อว่าเขาจะได้ลดความเครียดลง  และก็อย่าลืมสังเกตอาการของเขาแบบต่อเนื่องด้วย  ว่าการรักษานั้นได้ผลหรือเปล่า  เขามีอาการดีขึ้นไหม  ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องหาสาเหตุกันต่อไปว่าเกิดจากอะไรกันแน่